สสว. จับมือ 5 องค์กรชั้นนำ เปิดโครงการ SME Online ปีที่ 3 ชูแนวคิด Digital to Global เชื่อมผู้ประกอบการไทยด้วยปลายนิ้ว ปั้นผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศลุยตลาดออนไลน์สากล

สสว. จับมือ 5 องค์กรชั้นนำ เปิดโครงการ SME Online ปีที่ 3 ชูแนวคิด Digital to Global เชื่อมผู้ประกอบการไทยด้วยปลายนิ้ว ปั้นผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศลุยตลาดออนไลน์สากล

แหล่งข่าว : สยามโฟกัสไทม์

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จับมือองค์กรชั้นนำ 5 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี), มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.), มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.), สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดโครงการ SME ONLINE ปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด Digital to Global ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยพร้อมแข่งขันในตลาดออนไลน์สากล ผ่าน e-Marketplace ชั้นนำทั้งระดับโลกและระดับภูมิภาค เช่น Amazon, Alibaba, Far-e และ Kha-leang.com เป็นต้น
นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวภายหลังเปิดงานแถลงข่าวโครงการส่งเสริมพัฒนาตลาดอิเล็กทรอนิกส์สำหรับ SME ปีงบประมาณ 2562 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ณ ห้องคริสตัล บ็อกซ์ เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท อาคาร เกษร ทาวเวอร์ ได้เผยถึงเป้าหมายการทำงานของ สสว. ในปีนี้ว่า SPEED คือ นโยบายหลักในการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนา SME ไปสู่การเป็น Modernization โดยมาจากคำว่า Smart คือ ความฉลาดรอบรู้ Proactive คือ การทำงานเชิงรุก Efficiency คือ มีประสิทธิภาพ Exclusive คือ มีความพิเศษ และ Digitalization คือ การปรับกระบวนการทำงานสู่ระบบดิจิทัล ซึ่งเป็นกลไกหลักในการพัฒนา SME

นอกจากนี้ สสว. ยังแบ่งผู้ประกอบการเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ Born Strong / Born Global / Born General / Born@50 plus และ Born Digital โดยกลุ่ม Born Digital คือกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็น e-commerce โดยปีนี้ สสว. จัดอบรมผู้ประกอบการผ่านทางโครงการ SME ONLINE และจัดทำแอปพลิเคชั่น SME CONNEXT เพื่อให้ผู้ประกอบการรับทราบข่าวกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์จาก สสว. และยังเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นที่สนับสนุนผู้ประกอบการ SME รวมทั้งได้จัดทำเว็บไซต์ SME ONE (www.smeone.info) ให้เป็นช่องทางการเข้าถึงข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับ SME ในทุกมิติ
นายสุวรรณชัย เผยว่า โครงการ SME ONLINE ปี 2562 นี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างยอดขายในรูปแบบ B2B B2C และส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศให้มีโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้สะดวก สร้างยอดขายให้แก่ผู้ประกอบการ โดยเข้าไปช่วยเตรียมความพร้อมในการนำสินค้าเข้าสู่ตลาดออนไลน์ ให้ความรู้และคำปรึกษาในการทำธุรกิจบนตลาดออนไลน์ การจัดกิจกรรมสนับสนุนการขายบนตลาดออนไลน์ เช่น การส่งเสริมการขาย การชำระเงิน การส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจอย่างเป็นระบบและยกระดับผู้ประกอบการให้มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินธุรกิจค้าขายทางออนไลน์ได้อย่างยั่งยืน โดยนับตั้งแต่ปี 2560 – 2561 มี SMEs ที่เข้าร่วมโครงการได้รับความรู้เกี่ยวกับการทำตลาดออนไลน์แล้วกว่า 120,000 ราย เตรียมความพร้อมในการถ่ายภาพสินค้าและจัดทำรายละเอียดสินค้ากว่า 265,000 ผลิตภัณฑ์ และสามารถเปิดร้านค้าออนไลน์ได้กว่า 20,000 ร้านค้า และสร้างยอดขายให้กับผู้ประกอบการกว่า 450 ล้านบาท

เป้าหมายหลักของโครงการปีนี้คือ การต่อยอด ส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการภายใต้แนวคิด Digital to Global โดยมุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการให้พร้อมแข่งขันในตลาดออนไลน์ระดับสากล ผ่าน e-Marketplace ชั้นนำทั้งระดับโลกและระดับภูมิภาค เช่น Amazon และ Alibaba ขายสินค้าไปทั่วโลก Far-e ขายตลาดจีน Kha-leang.com ขายตลาดเวียดนาม กัมพูชา และ พม่า Shopee เชื่อมโยงตลาดสิงคโปร์ PCHome เชื่อมโยงตลาดไต้หวัน Priceza เชื่อมโยงตลาด Southeast Asia เป็นต้น
“ในการดำเนินงาน สสว. และ 5 หน่วยร่วม จะเปิดการอบรมให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริม และพัฒนาผู้ประกอบการ โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้ในทุกมิติทั้งแบบ Online, Offline และ Workshop ฝึกปฏิบัติจริง ตั้งแต่การถ่ายภาพสินค้า การจัดทำเนื้อหาสินค้า การเปิดร้านค้าออนไลน์ การทำ Digital Marketing และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 50,000 ราย เตรียมความพร้อมสินค้าและบริการไม่น้อยกว่า 100,000 ผลิตภัณฑ์ และสร้างยอดขายให้กับผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 640 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการให้มีความพร้อมในการแข่งขันในโลกดิจิทัล ทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติได้อย่างแข็งแรง มั่นคง และยั่งยืน” นายสุวรรณชัย กล่าวสรุป

สำหรับหน่วยร่วมทั้ง 5 แห่งนั้น ได้แบ่งพื้นที่รับผิดชอบทั่วประเทศดังนี้ มทร.ธัญบุรี รับผิดชอบพื้นที่ภาคกลางและตะวันตก, มร.สส. รับผิดชอบพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก, ม.เชียงใหม่ รับผิดชอบพื้นที่ภาคเหนือตอนบน, สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ และ ม.ธรรมศาสตร์ รับผิดชอบพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง นอกจากนี้ยังได้บูรณาการความร่วมมือกับ e-Marketplace อีก 14 แห่ง เพื่อสนับสนุนและมอบสิทธิพิเศษให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ Lazada, Shopee, Thailandmall, Far-e, Kha-leang.com, Inwmall, Tarad.com, PCHome, Beautynista, Pinsouq, shopseason, Priceza, Wongnai และ Hungryhub
ผู้ประกอบการ SME ที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมโครงการกับหน่วยงานร่วมในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น รวมทั้งติดตามรายละเอียดได้ที่ www.smeonline.info / Facebook: SMEONLINE BY OSMEP และแอปพลิเคชั่น SME CONNEXT

แหล่งที่มา : www.siamfocustimenews.com/223299