งานสัมมนา “โครงการส่งเสริมพัฒนาตลาดอิเล็กทรอนิกส์สำหรับ SME ปี 2562” จังหวัดสิงห์บุรี

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้จัดงานสัมมนาโครงการส่งเสริมพัฒนาตลาดอิเล็กทรอนิกส์สำหรับ SME ปี 2562 จังหวัดสิงห์บุรี กับหัวข้อ เรื่อง “เปิดเพจเฟซบุ๊ค สำหรับเริ่มต้นขายของออนไลน์” ณ ห้องราชาวดี ชั้น 5 โรงแรมโกลเด้นดราก้อน รีสอร์ท จ.สิงห์บุรี ในวันพุธที่ 6 มีนาคม 2562 เวลา 08.00 – 16.00 น.

นายวชิระ แก้วกอ ผู้อำนวยการฝ่ายประสานเครือข่าย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้ขึ้นกล่าวชี้แจงรายละเอียดและวัตถุประสงค์โครงการ โดยโครงการมีวัตถุประสงค์ คือ 1.เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ SME ให้มีช่องทาง 2.เพื่อสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการตลาดออนไลน์แก่ผู้ประกอบการให้มีศักยภาพการแข่งขันมากยิ่งขึ้น และ 3.เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการตลาดออนไลน์สำหรับ SME ให้เป็นช่องทางการตลาดที่ยั่งยืน ซึ่งทาง สสว. ถือเป็นหน่วยงานหลักที่คอยช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวการกับทำธุรกิจบนตลาดออนไลน์ภายใต้การจัดอบรมและกิจกรรมเสริมศักยภาพ ประกอบด้วย 1. การเตรีมความพร้อมผลิตภัณฑ์ 2. การให้ความรู้ และ 3. การเพิ่มโอกาสและช่องทางการตลาด  เพื่อต้องการให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึง Digital Marketing และสามารถสร้างความรู้ความเข้าใจอย่างเป็นระบบและยกระดับผู้ประกอบให้มีความรู้ความเข้าสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

นายวชิระ แก้วกอ
ผู้อำนวยการฝ่ายประสานเครือข่าย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)

นายณัฐพล ธานีรัตน์ รองผู้ว่าราชการ จ.สิงห์บุรี ขึ้นเป็นประธานกล่าวเปิดโครงการ จ.สิงห์บุรี การมาจัดอบรมในครั้งนี้ โดย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ถือเป็นเครื่องมือที่จะช่วยสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการ จ.สิงห์บุรี ในการเข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น และยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ จ.สิงห์บุรี ในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจในจังหวัด โดยการสร้างมูลค่าเพิ่ม การสร้างคุณภาพชีวิต และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ หลังจากผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เข้ารับการอบรมทุกท่านจะได้นำความรู้ เทคนิค และวิธีการไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง

นายณัฐพล ธานีรัตน์
รองผู้ว่าราชการ จ.สิงห์บุรี

ต่อด้วยการบรรยายและกิจกรรม Workshop เรื่อง “เปิด Facebook Page ขายของออนไลน์แบบมืออาชีพ” โดย นางสาวนิธิกานต์ รงรอง และนางสาวปัญญาพร วิทยาประดิษฐ์ ที่ปรึกษาโครงการ มทร.ธัญบุรี ได้มาสอนการสร้าง Facebook Page และเทคนิคในการตั้งค่า เพื่อช่วยเพิ่มช่องทางในการขายของออนไลน์ใน Facebook ได้ รวมถึงการใช้งาน Facebook อาจมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างจากการใช้งาน Facebook Page ซึ่งข้อดีของการใช้ Facebook คือ 1. โพสต์จะถูกแสดงผลบนหน้าฟีดของเพื่อนได้เป็นอย่างดี 2. มีความเป็นส่วนตัวสูง สามารถเลือกให้เห็นแบบสาธารณะ หรือเฉพาะกลุ่มเพื่อนได้ และ 3. ให้ความรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนม เพราะเป็นการสนทนาแบบตัวต่อตัวจากเจ้าของโปรโฟล์กับเพื่อนโดยตรง ส่วนข้อเสียนั้น 1. สามารถใช้งานได้เพียงคนเดียว 2. สามารถเพิ่มเพื่อนได้เพียง 5,000 คน 3. โพสต์จะถูกแสดงบนหน้าฟีดของเพื่อนเท่านั้น 4. ต้องกดเพิ่มเพื่อนด้วยตนเอง 5. ไม่มีตัวเลขแสดงสถิติต่างๆ 5. Facebook บังคับให้ใส่เฉพาะชื่อหรือนามสกุลจริงเท่านั้น และ 6 ไม่สามารถลงโฆษณาเพื่อให้โพสต์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ ด้วยข้อจำกัดของ Facebook นี้คือสามารถเหตุหนึ่งที่ผู้ประกอบการควรมี Facebook Page เพื่อช่วยในการเพิ่มช่องทางในการขาย เพราะการใช้ Facebook Page สามารถในเรื่องการขายออนไลน์ได้มากกว่าการใช้งาน Facebook ส่วนตัว

นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงข้อดีของการถ่ายรูปด้วยสมาร์ทโฟน คือ 1. สมาร์ทโฟนมีประสิทธิภาพสูงพอกับกล้องทั่วไป 2. มีแอฟแต่งรูปภาพให้ได้เลือกใช้มากมาย และ 3. อัพโหลดภาพหรือวิดีโอลงบนเฟชบุ๊คได้ทันที ส่วนการถ่ายภาพให้สวยงามและมีประสิทธิภาพ กับเคล็ดลับเพียง 4 ข้อ คือ 1. ทำให้เรียบง่าย 2. จัดองค์ประกอบภาพ 3. สร้างจุดโฟกัส และ 4. เล่นกับมุมกล้อง และที่ขาดไม่ได้การมีเนื้อหาที่ดีต้องมีอะไรบ้าง 1. จริงใจ สื่อสารกับลูกเพจอย่างเป็นธรรมชาติ 2. สร้างอารมณ์ กระบทความรู้สึก มัดใจลูกค้าได้ง่ายกว่า 3. เล่าเป็นเรื่อง สร้างเป็นเรื่องเล่า (story telling) 4. สร้างคำถามปลายเปิด 5. จับกระแส สร้างเนื้อหาแบบ real time และ 6. ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ เนื้อหาในการอบรมครั้งนี้หากผู้ประกอบการ SME ทุกคนนำความรู้เหล่านี้ไปปรับใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์เชื่อว่าทุกจะสามารถเพิ่มช่องทางการตลาดและการขายออนไลน์ได้ในอนาคตอย่างแน่นอน

สำหรับ ผู้ประกอบการ SME จ.สิงห์บุรี สามารถติดตามโครงการและสมัครเข้าร่วมโครงการกับศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจร (SME One Stop Service Center : OSS) จังหวัดสิงห์บุรี ได้ที่เบอร์โทร 036-510216 หรือที่หน่วยงานใต้บังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี ตั้งอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี (หลังใหม่) ชั้น 1 ห้องรับรองประชาชน รวมทั้งสามารถติดตามรายละเอียดของโครงการได้ที่ www.smeonline.info หรือ www.smeonline.rmutt.ac.th  หรือ Facebook Page: SMEONLINE BY OSMEP และแอปพลิเคชั่น SME CONNEXT

SME CONNEXT คือ ระบบแอพพลิเคชั่นในเครื่องมือสื่อสารแบบเคลื่อนที่ (Mobile devices) เพื่อการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ช่องทางส่งเสริมธุรกิจ องค์ความรู้ ข้อมูลกิจกรรมที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการ และสิทธิประโยชน์จาก สสว. รวมถึง SME CONNEXT ยังเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการทำธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ โดยแอพพลิเคชั่นนี้จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างสะดวกและทั่วถึง

กลุ่มเป้าหมายผู้ใช้

“SME CONNEXT” มีการจัดแบ่งสถานะผู้ใช้ระบบ ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  1. ผู้ประกอบการ SMEs หมายถึง ผู้ประกอบธุรกิจ ร้านค้า หรือบริการที่สมัครเป็นสมาชิก สสว. โดยผู้ประกอบการสามารถสมัครสมาชิกได้ผ่านทาง SME CONNEXT และสามารถสร้างโปรไฟล์ (Profile) หรือประวัติส่วนตัวของสถานประกอบการของตนเอง ปรับปรุงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ให้ทันสมัยอยู่เสมอ
  2. หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ที่มีบทบาท ภารกิจในการส่งเสริม SMEs โดยใช้ SME CONNEXT ในการหาข้อมูลองค์ความรู้ ข้อมูลสถานประกอบการ กิจกรรมของ สสว. หรือข้อมูลข่าวสารต่างๆ ภายในแอปพลิเคชันได้
  3. ประชาชนทั่วไป หมายถึง ผู้ใช้งานทั่วไป โดยใช้ SME CONNEXT ในการหาข้อมูลองค์ความรู้ข้อมูลสถานประกอบการกิจกรรมของสสว. หรือข้อมูลข่าวสารต่างๆ ภายในแอปพลิเคชันได้

โดยเปิดให้ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจใช้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ด้วย 5 ขั้นตอน 1. ดาวน์โหลแอพพลิเคชัน SME CONNEXT ได้ทั้ง App Store และ Play Store 2. ลงทะเบียนสมัครสมาชิกใช้บริการ SME CONNEXT 3. กรอกข้อมูลยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน 4. ยืนยันอีเมลเพื่อเข้าใช้งาน และ 5. เข้าสู่ระบบแอพพลิเคชัน SME CONNEXT หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SME CONNEXT ได้ที่ https://smeconnext.com

 

ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการอบรม

NameSizeHits
NameSizeHits
เรื่อง “เปิด Facebook Page ขายของออนไลน์แบบมืออาชีพ”6.1 MiB58


ภาพถ่ายโดย : สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
จัดทำอัลบั้มภาพโดย : ฝ่ายพัฒนาสารนิเทศอิเล็กทรอนิกส์ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มทร.ธัญบุรี